กค 0811/02288
11 มีนาคม 2542
62/27633
มาตรา 48, มาตรา 50, ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 45)ฯ
องค์การค้าฯ มีนโยบายออกภาษีเงินได้ให้กับพนักงานที่ออกจากงาน เนื่องจากเกษียณอายุ
หรือลาออกตามโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด จึงนำภาษีที่ออกให้ไปรวมเป็นเงินได้พึงประเมินของ
พนักงานที่ออกจากงานนั้น เพื่อคำนวณหาจำนวนค่าใช้จ่ายตามมาตรา 48 (5) แห่งประมวลรัษฎากร
องค์การค้าฯ ได้จ่ายเงินให้กับพนักงานและคำนวณภาษีตามมาตรา 48 (5) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนี้
1. กรณีพนักงานที่เกษียณอายุ
1.1 เงินบำเหน็จที่คำนวณแบบข้าราชการ
1.2 ภาษีออกให้
โดยนำภาษีออกให้รวมเป็นฐานภาษีในการคำนวณหาจำนวนค่าใช้จ่ายตามข้อ 3 (1)
ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 45)ฯ ลงวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2535
2. กรณีพนักงานที่ลาออกตามโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด
2.1 เงินบำเหน็จที่คำนวณแบบข้าราชการ
2.2 เงินเพิ่มพิเศษคำนวณตามหลักเกณฑ์ขององค์การค้าฯ
2.3 ภาษีออกให้
โดยนำภาษีออกให้รวมเป็นฐานภาษีในการคำนวณหาจำนวนค่าใช้จ่ายตามข้อ 3 (3)
ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 45)ฯ ลงวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2535
จึงขอทราบว่าการคำนวณภาษีดังกล่าวถูกต้องหรือไม่
1. เงินบำเหน็จที่คำนวณแบบข้าราชการ เนื่องจากไม่มีหน่วยงานใดที่ใช้วิธีการคำนวณ
บำเหน็จตามหลักเกณฑ์ และวิธีการเช่นเดียวกับวิธีการคำนวณบำเหน็จตามกฎหมาย ว่าด้วยบำเหน็จ
บำนาญข้าราชการได้ทั้งหมด จึงถือว่าเงินบำเหน็จดังกล่าวเป็นเงินที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุ
ออกจากงานมีวิธีการคำนวณแตกต่างไปจากวิธีการตามข้อ 1 (ก) จึงถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามข้อ 1
(ง) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 45)ฯ ลงวันที่ 24 กันยายน พ.ศ.
2535
2. เงินเพิ่มพิเศษคำนวณตามหลักเกณฑ์ขององค์การค้าฯ และเงินภาษีออกให้ที่ถือเป็นเงินที่
คำนวณได้จากเงินที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงาน เนื่องจากเงินดังกล่าวมิได้เป็นเงิน
ที่คำนวณตามหลักเกณฑ์และวิธีการเช่นเดียวกับวิธีการคำนวณบำเหน็จตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญ
ข้าราชการหรือเงินที่จ่ายจากกองทุนตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือเงินชดเชยตาม
กฎหมายแรงงาน จึงถือเป็นเงินที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงาน ตามข้อ 1 (ง) ของ
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 45)ฯ ลงวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2535
3. ดังนั้น พนักงานผู้มีเงินได้พึงประเมินจะเลือกเสียภาษีตามมาตรา 48 (5) แห่ง
ประมวลรัษฎากรและองค์การค้าฯ ผู้จ่ายเงินได้ดังกล่าวจะคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 (1)
วรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ตามข้อ 2 ข้อ 3 (2) และ (4)
และข้อ 4 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 45)ฯ ลงวันที่ 24 กันยายน
พ.ศ.2535 มิใช่คำนวณตามข้อ 3 (1) หรือข้อ 3 (3) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับ
ภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 45)ฯ ลงวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2535 แต่อย่างใด