ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับจากการส่งเสริมการลงทุน

410 Views

เลขที่หนังสือ

กค 0811/1816

วันที่

7 มีนาคม 2543

เลขตู้

63/28994

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

มาตรา 69 ตรี

ข้อหารือ

     กรมที่ดินมีปัญหาในทางปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก
การขายอสังหาริมทรัพย์ ราย บริษัท ก. จำกัด โดยมีข้อเท็จจริงว่า บริษัทฯ ได้รับการ
ส่งเสริมการลงทุนประเภท 7.17 กิจการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยหรือรายได้ปานกลาง ตามบัตร
ส่งเสริมเลขที่ โดยมีเงื่อนไขว่า จะต้องจำหน่ายในราคาหน่วยละไม่เกินหกแสนบาท เนื่องจากที่ดินตาม
โครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนดังกล่าวแปลงมาตรฐานจะมีเนื้อที่ดิน 18 ตารางวา แต่แปลงที่
เป็นห้องมุมหัวแถวหรือท้ายแถว จะมีที่ดินส่วนเกินเพิ่มขึ้นอีก 12.80 ตารางวา บริษัทฯ จึงได้จำหน่าย
ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเนื้อที่ 30.8 ตารางวา ในราคา 776,200 บาท ตามสัญญาขายเพียงฉบับเดียว
ปรากฏว่า เจ้าพนักงานผู้รับผิดชอบเรื่องการชำระภาษีแจ้งว่า บริษัทฯ ต้องชำระภาษีเต็มจำนวน 7,762
บาท เสมือนหนึ่งผู้ที่มิได้รับส่งเสริมการลงทุนแต่อย่างใด ซึ่งในเรื่องดังกล่าวสำนักงานคณะกรรมการ
ส่งเสริมการลงทุนได้มีหนังสือแจ้งว่า โครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข คือ
จะต้องจำหน่ายที่อยู่อาศัยต่อหน่วยราคาไม่เกินหกแสนบาท อย่างไรก็ดีหากมีที่ดินส่วนเกินบริเวณหัวแถว
ท้ายแถวที่จะจำหน่าย จะต้องแยกสัญญาขายที่ดินส่วนที่เกินออกจากสัญญาขายที่อยู่อาศัยและรายได้จาก
การจำหน่ายที่ดินส่วนเกินจะต้องชำระภาษีตามปกติ กรมที่ดินจึงขอทราบว่า การทำหนังสือสัญญาขายที่ดิน
จะต้องแยกแต่ละแปลงจากกันตามความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือไม่ หรือ
สามารถทำหนังสือสัญญาขายรวมในฉบับเดียวกันได้ โดยใช้วิธีบันทึกข้อเท็จจริงไว้ในหนังสือสัญญาขายว่า
เป็นการขายที่ดินแปลงมาตรฐานรวมกับที่ดินส่วนเกิน

แนววินิจฉัย

     1. ตามสัญญาขายที่ดินได้ระบุว่า บริษัทฯ ได้ขายกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็น
ทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้นเป็นราคาเงิน 776,200 บาท การขายที่ดินตามสัญญาขายที่ดินดังกล่าว ไม่เข้าตาม
เงื่อนไขในบัตรส่งเสริม บริษัทฯ จึงไม่ได้รับสิทธิและประโยชน์ตามมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติ
ส่งเสริมการลงทุน ดังนั้น การที่ผู้จ่ายเงินได้ได้คำนวณหักภาษีเงินได้ไว้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 1
นำส่งพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในขณะที่มีการจดทะเบียนเป็นจำนวนเงิน 7,762
บาท ตามมาตรา 69 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร จึงชอบแล้ว
     2. การขายที่อยู่อาศัยตามโครงการที่บริษัทฯ ได้รับการส่งเสริมดังกล่าว บริษัทฯ จะต้อง
ปฏิบัติตามเงื่อนไขตามบัตรส่งเสริม กล่าวคือจะต้องจำหน่ายที่อยู่อาศัยต่อหน่วยราคาไม่เกินหกแสนบาท
และการขายที่ดินส่วนเกินบริเวณหัวแถวท้ายแถวที่จะจำหน่าย ต้องแยกสัญญาขายที่ดินส่วนเกินออกจาก
สัญญาขายที่อยู่อาศัย จะใช้วิธีทำสัญญาขายรวมที่อยู่อาศัยและที่ดินส่วนเกินในฉบับเดียวกัน โดยใช้วิธีบันทึก
ไม่ได้